อย่าออกเมนูมา“ฆ่าตัวเอง” สาเหตุที่ไม่ควรออกเมนูมากเกินไป
ออกเมนู
เมนูเยอะใช่ว่าจะดีเสมอไป! รู้ทันปัญหาที่มากับเมนูที่มากเกินความจำเป็น พร้อมเทคนิคจัดการให้ร้านไม่สะดุด และคงกำไรไว้อย่างยั่งยืน

อย่าออกเมนู มา "ฆ่าตัวเอง"

ร้านอาหารที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือแม้แต่ร้านที่เปิดมานาน แต่ยอดขายเริ่มลดลง มักจะมีความคิดที่ว่า “ออกเมนูใหม่สิ! จะได้ดึงดูดลูกค้า”  แต่ในบางครั้งแล้ว การออกเมนูมากเกินไป อาจจะสร้างปัญหามากมาย ที่คุณคาดไม่ถึง

ทำไมร้านอาหารถึงออกเมนูเยอะ?

  • “หว่านแห” หาลูกค้า: บางร้านยังไม่รู้ว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของตัวเองคือใคร เลยใช้วิธีออกเมนูให้หลากหลาย เผื่อว่าจะมีสักเมนูที่โดนใจลูกค้า
  • “โชว์” ความสามารถ: เจ้าของร้านหรือเชฟบางท่าน อยากจะแสดงให้เห็นว่าร้านตัวเองทำอาหารได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหน อยากให้มีก็ทำได้หมด
  • แบรนด์ไม่ชัดเจน: ร้านที่ไม่มีการวางแผนที่ดี หรือไม่มีการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน ก็มักจะออกเมนูสะเปะสะปะ
  • ความกลัว (กลัวไม่มีลูกค้า): เมื่อร้านเงียบ ลูกค้าไม่เข้าร้าน คิดอะไรไม่ออก ก็ออกเมนูใหม่ หวังจะกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมา ซึ่งวิธีนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
  • โชว์ความพิถีพิถัน – บางร้านเลือกที่จะออกเมนูที่ใช้เวลาทำนาน หรือเป็นเมนูที่ร้านอื่น ๆ ไม่ทำกัน หวังจะแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ
  • หวังกระตุ้นยอดขาย – เมื่อยอดขายตก ร้านอาหารหลายแห่งเลือกที่จะออกเมนูใหม่ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า

ปัญหาที่จะตามมา เมื่อมีเมนูเยอะเกินไป

  • จุดขายไม่ชัดเจน: เมนูเยอะจนลูกค้าไม่รู้ว่าจะโฟกัสอะไร ทำให้ร้านไม่มีจุดเด่น
  • การจัดการสต๊อกยุ่งยาก: วัตถุดิบมีโอกาสเน่า เสีย หมดอายุก่อนได้ขาย เนื่องจากมีวัตถุดิบที่หลากหลาย เพิ่มภาระการนับสต๊อก
  • ทำอาหารช้า: ถ้าลูกค้าสั่งอาหารพร้อม ๆ กัน การทำอาหารอาจล่าช้า เพราะครัวต้องเตรียมวัตถุดิบหลายอย่าง โดยไม่ได้ทำการตัดเตรียม หรือ pre-cook ไว้เพราะกลัวว่าวัตถุดิบที่เตรียมจะเสื่อมคุณภาพเร็ว หากวัตถุดิบนั้นๆไม่ถูกขาย
  • พนักงานไม่พอ: เมนูเยอะ หมายถึงต้องใช้พนักงานที่มากตาม โดยเฉพาะเมื่อเมนูที่ต่างประเภทกัน เช่น ส่วนยำ ส่วนทอด ส่วนแกง ซึ่งเมื่อลูกค้าออเดอร์เมนูที่หลากหลาย หากพนักงานไม่เพียงพอ หรือจัดสรรไม่ดี อาจทำให้การทำได้ช้า
  • พนักงานแนะนำเมนูไม่คล่อง: เมนูที่เยอะเกินไป อาจทำให้พนักงานจำรายละเอียดของอาหารแต่ละรายการได้ไม่ครบถ้วน ไม่สามารถแนะนำลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ
  • วัตถุดิบไม่พร้อม: วัตถุดิบที่หลากหลาย ทำให้การตรวจสอบสต๊อกทำได้ยาก อาจมีวัตถุดิบบางอย่างหมด ทำให้เมนูไม่พร้อมขาย ลูกค้าสั่งอาหารไม่ได้
  • ไม่กล้าตัดออก: เมื่อออกเมนูไปแล้ว แม้ว่าเมนูนั้นจะไม่ค่อยมีคนสั่ง ก็ไม่กล้าตัดออกจากเมนู เพราะกลัวว่าจะมีลูกค้าบางกลุ่มที่ชอบ กลายเป็นต้นทุนจม
  • สั่งของถี่ๆ: เช็กของไม่ครบในรอบเดียวเพราะจำนวนวัตถุดิบที่มาก ทำให้มีการแจ้งขอสั่งซื้อยิบย่อย

จัดการเมนูอย่างไร ให้ร้านอาหารราบรื่น

  • เริ่มจากวัตถุดิบที่มีอยู่แล้ว: ให้พิจารณาการออกเมนูใหม่ โดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในครัวอยู่แล้วก่อน
  • ช่วงเปิดร้านใหม่ ควรกำหนดจำนวนเมนู: ในช่วงเริ่มต้น ควรจำกัดจำนวนเมนู ไม่ควรเกิน 30 เมนู หรือ 50 เมนู สำหรับร้านที่ต้องการความหลากหลาย
  • วัตถุดิบหมดเร็ว ดีกว่าค้างสต๊อก: วัตถุดิบที่ซื้อมา แล้วขายหมดเร็ว บริหารจัดการง่ายกว่าการมีวัตถุดิบที่ค้างสต๊อก
  • พนักงานควรทำได้หลายหน้าที่: พนักงานในครัว ควรมีความสามารถในการทำงานได้หลายส่วน เช่น ทำยำก็ได้ ทอดก็เป็น
  • ถ้าพนักงานพร้อม: การเพิ่มเมนูก็ไม่ใช่ปัญหา หากคุณมีพนักงานเพียงพอ และมีความสามารถในการจัดการวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม
  • เมนูเยอะไม่ใช่ปัญหา ถ้าขายดี: การมีเมนูมากกว่า 100-200 รายการ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด หากสามารถขายออกได้
  • ออกเมนูใหม่เป็นประจำ แต่ตัดเมนูขายไม่ดีออก: ควรมีการออกเมนูใหม่ ๆ เป็นระยะ แต่ก็ควรพิจารณาตัดเมนูที่ขายไม่ดีออกไปด้วย โดยใช้หลักการ Menu Engineering

เช็คลิสต์: ควรเพิ่มเมนูใหม่หรือไม่?

  • วัตถุดิบที่ใช้อยู่ สามารถนำไปทำเมนูอื่นๆ ได้อีกกี่เมนู?
  • เมนู ใช้เวลาในการทำนานหรือไม่?
  • วัตถุดิบของเมนูใหม่ มีอายุการเก็บรักษานานแค่ไหน?
  • สามารถเตรียมวัตถุดิบของเมนูใหม่ไว้ล่วงหน้าได้หรือไม่? (Pre-cook)
  • เมนูใหม่ จะทำให้กำไรโดยรวมของร้านลดลงหรือไม่? (เช่น ดึงยอดขายจากเมนูที่กำไรดีกว่า)

บทสรุป

การออกเมนูอาหาร เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบ การมีเมนูที่มากเกินไป อาจนำมาซึ่งปัญหามากมาย ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำไรของร้านอาหาร การวางแผนเมนูที่ดี การบริหารจัดการวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ และการเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของร้านอาหาร

วิเคราะห์เมนูด้วย Menu Engineering

ติดต่อขอรับส่วนเสริมได้ฟรี

คัดเลือก “เมนูที่ควรเก็บไว้” ด้วยการวิเคราะห์อย่างมีระบบ

More
articles

ขายดี แต่เจ๊ง?

จะรู้ได้ยังไงว่าที่ทำอยู่ จะมีกำไรจริง

ดูวิธีวิเคราะห์แบบที่คนทำร้านอาหารเข้าใจได้จริง

ขายดี แต่เจ๊ง?

จะรู้ได้ยังไงว่าที่ทำอยู่ จะมีกำไรจริง

ดูวิธีวิเคราะห์แบบที่คนทำร้านอาหารเข้าใจได้จริง